KT

 https://www.bing.com/fd/ls/GLinkPing.aspx?IG=E58D69E0980A4A9389EA43898A07A398&&ID=SERP,5163.2&SUIH=Rca4wHYZWHrUPQMBhIgE4w&redir=aHR0cHM6Ly93d3cuaG9vbnZpc2lvbi5jb20vaW52ZXN0bWVudC8lRTAlQjglODElRTAlQjglQUQlRTAlQjglODclRTAlQjglOTclRTAlQjglQjglRTAlQjglOTklRTAlQjglQTUlRTAlQjglOTQlRTAlQjglQUIlRTAlQjglQTIlRTAlQjklODglRTAlQjglQUQlRTAlQjglOTklRTAlQjglQTAlRTAlQjglQjIlRTAlQjglQTklRTAlQjglQjUlRTAlQjklODAlRTAlQjglOTQlRTAlQjklODglRTAlQjglOTktMjAyNC8

https://www.hoonvision.com/

https://www.hoonvision.com/economy-business/major-%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-cineasia-2024-%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2/

http://www.hoonvision.com/investment/%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a9%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%99-2024/

https://www.hoonvision.com/economy-business/ktx-set-awards-2024/

https://www.google.com/finance/?authuser=0

https://data.creden.co/company/general/0305564009042

https://data.creden.co/privacy-notice

https://data.creden.co/privacy-policy

หนังสือชชี้วน เพ่ือการเสนอขายหุ้นกู้

ธนาคารออมสิน

เสนอขาย

หุ้นกู้ชนิดระบุชื่อ ซึ่งรัฐบาลเป็นประกันตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. 2489

"หุ้นกู้เพ่อื สังคมของธนาคารออมสิน ครัง้ ท่ี 1/2565 ครบกาหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2568" อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 2.35 ต่อปี

ชาระดอกเบี้ยทุก 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้

จานวนเสนอขายไม่เกิน 10,000,000 หน่วย คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 10,000,000,000 บาท

หุ้นกู้มีมูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 1,000 บาท ราคาเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท อันดับความน่าเชื่อถือของธนาคารออมสิน ("ผ้อู อกหุ้นกู้") "AAA" แนวโน้ม “คงท”ี่ โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จากัด เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เสนอขายแก่

ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่

ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้

ธนาคารออมสิน นายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงนิ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

ระยะเวลาการจองซือ้ หุ้นกู้

วันที่ 22 และ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565

คาเตือน : ก่อนตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนต้องใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบในการพิจารณาและศึกษาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ออกหุ้นกู้ที่เปิดเผยเป็นการทั่วไป ข้อกาหนดและเงื่อนไขของหุ้นกู้ ตลอดจนข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏในหนังสือชี้ชวนเพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ฉบับนี้โดยละเอียด รวมทั้งพิจารณาความเหมาะสม ในการลงทุนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี หากผู้ลงทุนมีข้อสงสัยหรือความไม่แน่ใจใดๆ เกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นกู้หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผู้ออกหุ้นกู้ หรือข้อมูลใดๆ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ฉบับนี้ ผู้ลงทุนควรปรึกษาที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ภาษี ธุรกิจและการลงทุนของตนเอง หรือ ขอคาปรึกษาด้านการเงินหรือการลงทุน จากนายหน้าค้าหลักทรัพย์ นักบัญชี หรือที่ปรึกษาการเงินอิสระใดๆ ที่มีบริการให้คาปรึกษาที่เกี่ ยวข้องแก่ผู้สนใจ ลงทุน ทั้งนี้ ผู้ออกหุ้นกู้และผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ มิได้ให้คาแนะนาหรือแสดงความเห็นสนับสนุนให้ผู้ลงทุนเข้าลงทุนซื้อหุ้นกู้แต่อย่างใด ทั้งนี้ ผู้ออกหุ้นกู้และ ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ไม่ประสงค์จะเผยแพร่หนังสือชี้ชวนเพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ฉบับนี้รวมถึงเนื้อหาใดๆ ภายใต้หนังสือชี้ชวนเพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ฉบับนี้ เป็นการทั่วไป ดังนั้น ผู้ออกหุ้นกู้และผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ไม่อนุญาตให้บุคคลใดๆ ใช้ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้ เพื่อวัตถุประสงค์อื่นหรือจัดทาข้อมูลดังกล่าว ขึ้นใหม่ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือแจกจ่าย ตีพิมพ์ ทาซ้า หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลอื่นใด

ค า เ ตือน : ก ารลงทุ นมี ค วา ม เ ส่ ี ย ง ผ้ ู ล ง ทุนค วร ศกึ ษา ข้ อ มู ล ก่ อ น ตั ดส ิน ใจล ง ทุ น

ฉบับลงวันท่ี 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565

  

Disclaimer

หนังสือชี้ชวนเพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ฉบับนี้จัดทาขึ้นเพื่อเผยแพร่ต่อ"ผู้ลงทุนสถาบัน"และ"ผู้ลงทุนรายใหญ่" ตามคานิยามที่กาหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ กจ. 5/2552 เรื่อง การกาหนด บทนิยามในประกาศเกี่ยวกับการออกและเสนอขายตราสารหนี้ทุกประเภท ฉบับลงวันที่ 13 มีนาคม 2552 (ตามที่ มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือใช้แทนที่) และตามคานิยามที่ระบุในประกาศคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 4/2560 เรื่อง การกาหนดบทนิยามผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษและผู้ลงทุนรายใหญ่ ฉบับลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 (ตามที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือใช้แทนที่) เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นสาหรับการพิจารณาลงทุนใน "หุ้นกู้เพื่อสังคมของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2565 ครบกาหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2568" (“หุ้นกู้”) ที่จะออกโดยธนาคารออมสิน ("ผ้อู อกหุ้นก้"ู)โดยการออกและการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้เป็นการออกและเสนอขายหุ้นกู้ในตลาดแรกเฉพาะต่อผู้ลงทุน สถาบันและ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ดังกล่าวข้างต้น เท่านั้น ทั้งนี้ ธนาคารออมสิน ในฐานะผู้ออกหุ้นกู้และผู้จัดการ จัดจาหน่ายหุ้นกู้ไม่อนุญาตให้บุคคลใดๆ ใช้ข้อมูลในหนังสือชี้ชวนเพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ฉบับนี้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นหรือ จัดทาข้อมูลดังกล่าวขึ้นใหม่ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลอื่นใดที่มิใช่ผู้ลงทุนสถาบันหรอื ผู้ลงทุนรายใหญ่ตามที่ระบุไว้ในข้างต้น

การลงทุนในหุ้นกู้เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ ผู้ออกหุ้นกู้ที่มีการเปิดเผยเป็นการทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางธุรกิจ ผลประกอบการหรือสถานะทางการเงิน และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเงื่อนไขและข้อกาหนดต่างๆ เกี่ยวกับหุ้นกู้และการจองซื้อหุ้นกู้ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนฉบับนี้ นอกจากนั้น ผู้ลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเหมาะสมในการลงทุนและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยทาการศึกษาและทาความเข้าใจในความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้นกู้ดังกล่าวเป็นอย่างดี

ผู้ลงทุนจะต้องตัดสินใจในการลงทุนด้วยตัวเอง โดยใช้ข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนนี้เป็นเพียงเอกสารประกอบข้อมูลเกี่ยวกับ หุ้นกู้ และผู้ลงทุนที่ได้รับหนังสือชี้ชวนเพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ฉบับนี้จะต้องไม่ถือว่าข้อมูลที่ระบุในหนังสือชี้ชวน เพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ฉบับนี้ เป็นการให้คาปรึกษาทางกฎหมาย ธุรกิจ การเงิน การลงทุน หรือภาษี และผู้ที่ได้รับหนังสือ ชี้ชวนเพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ฉบับนี้ ควรปรึกษาที่ปรึกษาทางกฎหมาย ธุรกิจ การเงิน การลงทุน และภาษี เกี่ยวกับ การลงทุนในหุ้นกู้นี้ด้วยตนเอง

การจัดส่งหนังสือชี้ชวนฉบับนี้หรือการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ มิได้เป็นการรับรองหรือยืนยันความถูกต้องหรือความสมบูรณ์ ของข้อมูลในหนังสือชี้ชวนเพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ฉบับนี้โดยผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ และข้อมูลดังกล่าวอาจมี การเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม ยกเลิกหรือแก้ไข หรือมีการเลื่อนหรือยกเลิกกาหนดการใดๆ ได้ในอนาคตโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทั้งนี้ ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ทาหน้าที่เป็นเพียงตัวแทนของผู้ออกหุ้นกู้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้นกู้เท่านั้น จึงไม่มีหน้าที่และความรับผิดใดๆ ต่อผู้ลงทุนซื้อหุ้นกู้


ส่วนที่ 1

ส่วนที่ 2

ส่วนที่ 3

เอกสารแนบท้าย1 รายงานการจัดอันดับความนา่เชอื่ถือของผู้ออกหุ้นกู้

ลักษณะสาคญั ของหุ้นกู้

การจอง การจัดจาหน่าย และการจัดสรรหุ้นกู้ ภาระภาษีเกี่ยวกับหุ้นกู้ภายใต้กฎหมายภาษีไทย

ส่วนท่ี 1 ลักษณะสาคัญของหุ้นก้ทู่เีสนอขาย สาหรับ

"หุ้นก้เูพ่อืสังคมของธนาคารออมสินครัง้ท่ี1/2565ครบกาหนดไถ่ถอนปีพ.ศ.2568"("หุ้นก้"ู)

ธนาคารออมสิน(“ผ้อู อกหุ้นก้”ู)ที่ตั้งสานักงาน470ถนนพหลโยธินแขวงสามเสนในเขตพญาไทกรุงเทพมหานคร10400 โทรศัพท์ : 02-299-8313 โทรสาร : 02-278-5476 website : www.gsb.or.th มคี วามประสงค์ที่จะเสนอขายหุ้นกู้ในครงั้ นี้ ซึ่งมมีูลค่ารวมทงั้สิ้นไม่เกิน5,000,000,000บาทโดยหุ้นกู้ทเี่สนอขายดังกล่าวมีลักษณะสาคัญตามทรี่ะบุไว้ข้างล่างนี้

รายละเอียดของหุ้นก้ทู ่ีเสนอขาย "หุ้นก้เูพ่อืสังคมของธนาคารออมสินครัง้ท่ี1/2565ครบกาหนดไถ่ถอนปีพ.ศ.2568"

ผู้ออกหุ้นกู้ ชื่อเฉพาะของหุ้นกู้

Thai BMA Symbol ประเภทของหุ้นกู้

สกุลเงิน จานวนหุ้นกู้ที่เสนอขาย มูลค่ารวมของหุ้นกู้ที่เสนอขาย มูลค่าที่ตราไว้ต่อหนว่ ย ราคาเสนอขายต่อหน่วย อายุหุ้นกู้

วันออกหุ้นกู้

วันไถ่ถอนหุ้นกู้ อัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ งวดการชาระดอกเบี้ย

ธนาคารออมสิน

"หุ้นกู้เพื่อสังคมของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2565 ครบกาหนดไถ่ถอน ปี พ.ศ. 2568"

GSB256A

หุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ซึ่งรัฐบาลเป็นประกันตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. 2489 (ตามที่มีการแก้ไข เพิ่มเติมหรือใช้แทนที่)

บาท

ไม่เกิน 10,000,000 (สิบล้าน) หน่วย

ไม่เกิน 10,000,000,000 (หนงึ่ หมื่นล้าน) บาท

1,000 (หนึ่งพัน) บาท

1,000 (หนึ่งพัน) บาท

3 (สาม) ปี นับจากวันออกหุ้นกู้

วันที่24มถิุนายนพ.ศ.2565

วันที่24มถิุนายนพ.ศ.2568

ร้อยละ 2.35 ต่อปี ตลอดอายุหุ้นกู้

ผู้ออกหุ้นกู้จะชาระดอกเบี้ยทุก 6 (หก) เดือน ในวันที่ 24 มิถุนายน และ วันที่ 24 ธันวาคม ของทุกปี ตลอดอายุของหุ้นกู้ โดยชาระดอกเบี้ย งวดแรกในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2565 และดอกเบี้ยงวดสุดท้าย จะชาระพร้อมกับต้นเงินหุ้นกู้ ณ วันไถ่ถอนหุ้นกู้


วัตถุประสงค์การใช้เงนิ ท่ไี ด้จากการออกหุ้นก้เู พ่อื สังคม (Social Bond) ของธนาคารออมสนิ

หุ้นกู้เพื่อสังคมของธนาคารออมสินในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเงินทุนและ/หรือรีไฟแนนซ์โครงการ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสังคมที่อยู่ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ทางการเงินเพื่อสังคม (Social Finance Framework) ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของธนาคารออมสินที่มุ่งเน้นเป็นธนาคารเพื่อสังคม (Social Bank) และการดาเนินการ ตามนโยบายเพื่อสังคมของรัฐบาลอย่างมีประสิทธิผล เช่น สินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนเริ่มต้นในการประกอบอาชีพหรือ เสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย/ผู้ประกอบอาชีพอิสระ/ผู้มีรายได้ ประจา/บุคคลในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา/ภัยทางเศรษฐกิจ สินเชื่อเพื่อให้ความช่วยเหลือ ผู้ที่ไม่เข้าถึงแหล่งทุนในระบบสถาบันการเงิน และเพื่อใช้ในการลงทุน/ซื้อ/ซ่อม อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ รวมถึงเพื่อใช้เป็นทุนสารอง สาหรับการดารงชีพ และสินเชื่อเพื่อพัฒนาชนบท เป็นต้น ซึ่งกรอบหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นไป ตามมาตรฐาน International Capital Market Association Social Bond Principles (ICMA SBP) และมาตรฐาน ASEAN Social Bond Standards (ASEAN SBS)

รายละเอียดอ่ืนๆ เก่ยี วกับห้นุ กุ้

การชาระคืนต้นเงิน การชาระดอกเบี้ย

กาหนดชาระคืนต้นเงินครั้งเดียวในวันไถ่ถอนหุ้นกู้ หากวันไถ่ถอนหุ้นกู้ ตรงกับวันหยุดทาการของธนาคารแห่งประเทศไทย ให้เลื่อนไปชาระคืน ต้นเงินในวันทาการถัดไป หากวันครบกาหนดชาระดอกเบี้ยหุ้นกู้ตรงกับวันหยุดทาการของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้เลื่อนไปชาระดอกเบี้ยในวันทาการถัดไป โดยผู้ออกหุ้นกู้ไม่จาต้องชาระดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มใดๆ สาหรับ การเลื่อนวันชาระดอกเบี้ยหุ้นกู้ เว้นแต่การชาระดอกเบี้ยหุ้นกู้งวดสุดท้าย ที่ถึงกาหนดชาระในวันไถ่ถอนหุ้นกู้ ให้คานวณดอกเบี้ยบนต้นเงินของ หุ้นกู้จนถึง (แต่ไม่รวม) วันที่มีการชาระต้นเงินของหุ้นกู้ตามจริง

ทั้งนี้ "งวดดอกเบี้ย" หมายถึง งวดแต่ละงวดเริ่มตั้งแต่ (โดยรวมถึง) วันออกหุ้นกู้หรือวันจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ของงวดดอกเบี้ยก่อนหน้านี้ (แล้วแต่กรณี) จนถึง (แต่ไม่นับรวม) วันจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ของ งวดดอกเบี้ยนั้น หรือวันครบกาหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ (แล้วแต่กรณี) จานวนดอกเบี้ยที่จะต้องชาระตามหุ้นกู้จะคานวณโดยการนา (ก) ผลคูณของจานวนต้นเงินคงค้างของหุ้นกู้กับอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ ไปคูณกับ (ข) จานวนวันสาหรับงวดดอกเบี้ยนั้น หารด้วย 365 (สามร้อยหกสิบห้า) วัน โดยจานวนดอกเบี้ยจะกาหนดทศนิยม สองตาแหน่ง (เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง) นายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินจะโอนเงินค่าดอกเบี้ยและ ต้นเงินเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ/ เผื่อเรียกพิเศษ และบัญชีเงินฝากประจา) ของผู้ถือหุ้นกู้แต่ละรายที่ เปิดไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ หรือธนาคาร ที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้ง ณ วันครบกาหนดชาระดอกเบี้ยและ

การคานวณดอกเบยี้

วิธีการชาระต้นเงินและดอกเบี้ย


การไถ่ถอนหุ้นกู้

วันปิดสมุดทะเบียน

การโอนและการใชเ้ ป็น หลักประกัน

สิทธิของผู้ถือหุ้นกใู้ นการไถ่ถอน หุ้นกู้ก่อนครบกาหนด สิทธิของผู้ออกหุ้นกู้ในการไถ่ถอน หุ้นกู้ก่อนครบกาหนด กฎหมายทใี่ ช้บงั คับ ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ นายทะเบยีนและตัวแทน

การจา่ ยเงิน การจดทะเบียนหุ้นกู้

ตลาดรองของหุ้นกู้

วันครบกาหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ (ตามแต่กรณี) โดยชื่อเจ้าของบัญชี รับดอกเบี้ยและต้นเงินต้องเป็นชื่อเดียวกับผู้ถือหุ้นกู้

ทั้งนี้ การจ่ายดอกเบี้ยจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ทุกครั้งตาม อัตราที่ประกาศในประมวลรัษฎากร โดยผู้ออกหุ้นกู้จะไม่จ่ายเงินเพิ่มใดๆ เพื่อชดเชยเงินที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ดังกล่าวข้างต้น (No tax gross-up) ผู้ออกหุ้นกู้จะทาการไถ่ถอนหุ้นกู้ทั้งหมดในวันครบกาหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ ทั้งนี้ นายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินจะชาระต้นเงินให้แก่ ผู้ถือหุ้นกู้ โดยไม่ต้องนาใบหุ้นกู้มาเวนคืนให้แก่นายทะเบียนและ ตัวแทนการจ่ายเงิน ยกเว้น กรณีมีข้อสงสัย นายทะเบียนและตัวแทน การจ่ายเงินมีสิทธิขอตรวจสอบและขอเวนคืนใบหุ้นกู้จากผู้ถือหุ้นกู้ ไม่ว่ารายใดๆ ได้ นายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินจะทาการปิดสมุดทะเบียนเพื่อ กาหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับชาระดอกเบี้ยและต้นเงิน ณ สิ้นวันทาการ สุดท้ายก่อนถึงช่วงระยะเวลา 10 (สิบ) วัน ก่อนวันชาระดอกเบี้ยที่ กาหนดแต่ละงวดหรือวันครบกาหนดไถ่ถอน หรือในวันอื่นใดตาม ระเบียบท่ีธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกาหนด และข้อบังคับที่ เกี่ยวข้องที่บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จากัด ประกาศกาหนด การโอนกรรมสิทธ์ิในหุ้นกู้หรือการใช้หุ้นกู้เป็นหลักประกันจะต้อง เป็นไปตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย และข้อบังคับของ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จากัด ที่เกี่ยวข้องและ ใช้บังคับอยู่ ณ ขณะนั้น

ไม่มี ไม่มี

กฎหมายไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารแหง่ประเทศไทย

ผู้ออกหุ้นกู้จะนาหุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้ไปขึ้นทะเบียนกับสมาคม ตลาดตราสารหนี้ไทย (The Thai Bond Market Association) ภายใน วันออกหุ้นกู้ เพื่อประโยชน์ในการอ้างอิงราคา

ไม่มี อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนอาจซื้อขายหุ้นกู้ได้ที่ธนาคารพาณิชย์ บริษัทหลักทรัพย์ หรือนิติบุคคลอื่นใด ที่มีใบอนุญาตค้าหลักทรัพย์


การจดัอันดับความน่าเชื่อถือ ของผู้ออกหุ้นกู้

อันเป็นตราสารแห่งหนี้ ในกรณีที่มีความต้องการซื้อขายหุ้นกู้ ผ่านผู้มีใบอนุญาตดังกล่าว ผู้ออกหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในเกณฑ์"AAA" แนวโน้ม “คงที่ (Stable)” โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จากัด เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 โดยมีรายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย 1 ทั้งนี้ อันดับความน่าเชื่อถือนี้มิได้จัดขึ้นเพื่อเป็นข้อแนะนา ให้ผู้ลงทุนทาการซื้อ ขาย หรือถือหุ้นกู้ที่เสนอขาย และอันดับ ความน่าเชื่อถือดังกล่าวอาจถูกเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงโดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จากัด ได้ในภายหน้า ความหมายของผลการจัดอันดับปรากฏตามรายละเอียดข้างท้ายนี้

สัญลักษณ์ท่กี าหนดในการจัดอันดับตราสารหนีร้ ะยะยาวสาหรับประเทศไทย

บริษัท ทริสเรทติ้ง จากัด หรือ ทริสเรทติ้ง ใช้สัญลักษณ์ตัวอักษรแสดงผลการจัดอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ ระยะกลางและระยะยาวที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป จานวน 9 (เก้า) อันดับ โดยเริ่มจาก AAA ซึ่งเป็นอันดับเครดิตสูงสุด จนถึง D ซึ่งเป็นอันดับต่าสุด แต่ละสัญลักษณ์มีความหมาย ดังนี้

AAA : AA : A : BBB :

BB :

B :

อันดับเครดิตองค์กรหรือตราสารหนี้มีความเสี่ยงต่าที่สุด ผู้ออกตราสารหนี้มีความสามารถในการชาระ ดอกเบี้ยและคืนเงินต้นในเกณฑ์สูงสุด และได้รับผลกระทบน้อยมากจากการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ

องค์กรหรือตราสารหนี้มีความเสี่ยงต่ามาก ผู้ออกตราสารหนี้มีความสามารถในการชาระดอกเบี้ย และคืนเงินต้นในเกณฑ์สูงมาก แต่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ มากกว่าอันดับเครดิตที่อยู่ในระดับ AAA องค์กรหรือตราสารหนี้มีความเสี่ยงในระดับต่า ผู้ออกตราสารหนี้มีความสามารถในการชาระดอกเบี้ย และคืนเงินต้นในเกณฑ์สูง แต่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ มากกว่าอันดับเครดิตที่อยู่ในระดับสูงกว่า องค์กรหรือตราสารหนี้มีความเสี่ยงในระดับปานกลาง ผู้ออกตราสารหนี้มีความสามารถในการชาระ ดอกเบี้ยและคืนเงินต้นในเกณฑ์ที่เพียงพอ แต่มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ มากกว่า และอาจมีความสามารถในการชาระหนี้อ่อนแอลงเมื่อเทียบกับอันดับ เครดิตที่อยู่ในระดับสูงกว่า

องค์กรหรือตราสารหนี้มีความเสี่ยงในระดับสูง ผู้ออกตราสารหนี้มีความสามารถในการชาระดอกเบี้ย และคืนเงินต้นในเกณฑ์ต่ากว่าระดับปานกลาง และจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรง (Adverse changes) ทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลให้ความสามารถ ในการชาระหนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เพียงพอ

องค์กรหรือตราสารหนี้มีความเสี่ยงในระดับสูงมาก ผู้ออกตราสารหนี้มีความสามารถในการชาระ ดอกเบี้ยและคืนเงินต้นในเกณฑ์ต่า และอาจจะหมดความสามารถหรือความตั้งใจในการชาระหนี้ได้ ตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ


C: องค์กรหรือตราสารหนี้มีความเสี่ยงในการผิดนัดชาระหนี้สูงที่สุด ผู้ออกตราสารหนี้ไม่มีความสามารถ ในการชาระดอกเบี้ยและคืนเงินต้นตามกาหนดอย่างชัดเจน โดยต้องอาศัยเงื่อนไขที่เอื้ออานวย ทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อย่างมากจึงจะมีความสามารถในการชาระหนี้ได้ องค์กรที่ภาระหนี้บางส่วนอยู่ในสภาวะผิดนัดชาระหนี้แต่ยังคงสามารถชาระหนี้ให้กับภาระหนี้อื่นๆ ต่อไปได้

D: องค์กรที่ภาระหนี้ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดอยู่ในสภาวะผิดนัดชาระหนี้ หรือตราสารหนี้ที่อยู่ในสภาวะ ผิดนัดช าระหนี้

หมายเหตุ

อันดับเครดิตจาก AA ถึง B อาจมีเครื่องหมายบวก (+) หรือลบ (-) ต่อท้ายเพื่อจาแนกความแตกต่างของคณุ ภาพ

ของอันดับเครดิตภายในระดับเดียวกัน

ทริสเรทติ้งยังกาหนด “แนวโน้ มอันดับเครดิต” (Rating Outlook) เพื่อสะท้อนความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลง อันดับเครดิต ของผู้ออกตราสารหนี้ในระยะปานกลางหรือระยะยาว โดยทริสเรทติ้งจะพิจารณาถึงโอกาสที่จะเกิด การเปลี่ยนแปลงของภาวะอุตสาหกรรมและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในอนาคตของผู้ออกตราสารหนี้ที่อาจกระทบต่อ ความสามารถในการชาระหนี้ ส่วนแนวโน้มอันดับเครดิตของตราสารหนี้โดยส่วนใหญ่จะเท่ากับแนวโน้มอันดับเครดิต ขององค์กรผู้ออกตราสารนั้นๆ หรือองค์กรซึ่งรับภาระผูกพันในการชาระหนี้ของตราสารนั้นๆ ทั้งนี้ แนวโน้มอันดับเครดิต แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่

SD :

 Positive Stable Negative Developing

หมายถึง อันดับเครดิตอาจปรับขึ้น

หมายถึง อันดับเครดิตอาจไม่เปลี่ยนแปลง

หมายถึง อันดับเครดิตอาจปรับลดลง

หมายถึง อันดับเครดิตอาจปรับขึ้น ปรับลดลง หรือไม่เปลี่ยนแปลง

ทริสเรทติ้งอาจประกาศ “เครดิตพินิจ” (CreditAlert) ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งของการทบทวนอันดับเครดิตที่ทริสเรทติ้ง ประกาศผลต่อสาธารณะไปแล้วในกรณีเมื่อเกิดเหตุการณ์สาคัญซึ่งทริสเรทติ้งพิจารณาแล้วเห็นว่าอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ หรือการเงินขององค์กรที่ทริสเรทติ้งจัดอันดับ แต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ชัดเจน หรืออาจจะยังสรุปผลไม่ได้ เช่น การควบรวม กิจการ การลงทุนใหม่ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเงินทุนหรือแผนงานต่างๆ ฯลฯ โดยจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงผลอันดับ เครดิตเดิมแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังในการที่จะลงทุนในตราสารหนี้ขององค์กรนั้นๆ รายงานเครดติ พินิจประกอบด้วย เหตุผล (Rationale) ที่แจ้งเหตุในการออกประกาศเตือนพร้อมระบุ “เครดิตพินิจ” (CreditAlert Designation) ไว้พร้อมกับอันดับเครดิตปัจจุบัน โดยงดการระบุ “แนวโน้มอันดับเครดิต” (Rating Outlook)

เครดิตพินิจ เป็นการบอกทิศทางการเปลี่ยนแปลงอันดับเครดิตในระยะอันใกล้ ซึ่งมี 3 รูปแบบ คือ (1) Positive (บวก) (2) Negative (ลบ) และ (3) Developing (ยังไม่ชัดเจน)

ในกรณีที่มีเหตุการณ์สาคัญซึ่งมีผลกระทบต่อบริษัท และมีข้อมูลเพียงพอที่จะปรับอันดับเครดิตเดิม หรือเมื่อมี การออกตราสารหนี้ใหม่หรือยกเลิกอันดับเครดิตเดิม ทริสเรทติ้งจะมีการประกาศ “เครดิตวาระ” (CreditUpdate) โดยผล อันดับเครดิตอาจ “เพิ่มขึ้น” (Upgraded) “ลดลง” (Downgraded) “คงเดิม” (Affirmed) หรือ “ยกเลิก” (Cancelled)

ทีม่ า : บริษัท ทริสเรทติ้ง จากดั


ส่วนท่ี 2

การจอง การจดั จาหน่าย และการจัดสรรหุ้นกู้

ธนาคารออมสินในฐานะผู้ออกหุ้นกู้และผู้จัดการจัดจาหน่าย มีวัตถุประสงค์ที่จะเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ในตลาดแรก ให้เฉพาะแก่ "ผู้ลงทุนสถาบัน" และ/หรือ "ผู้ลงทุนรายใหญ่" (ตามคานิยามที่ระบุไว้ข้างล่างนี้) ตามวิธีการ เงื่อนไข และรายละเอียดที่ระบุไว้ในส่วนนี้

ทั้งนี้ ผู้ออกหุ้นกู้และผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงหรือผ่อนผัน ข้อกาหนดเกี่ยวกับ รายละเอียดวิธีการจองซื้อหุ้นกู้ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนนี้ตามความเหมาะสม ในกรณีที่เกิดปัญหา อุปสรรค หรือข้อจากัดในการดาเนินการ ทั้งนี้ เพื่ออานวยความสะดวกให้แก่ ผู้ลงทุนจองซื้อหุ้นกู้และเพื่อให้การเสนอขาย หนุ้กู้ครั้งนี้ประสบความสาเร็จสูงสุด

2.1 วิธีการเสนอขายหุ้นกู้

การเสนอขายหุ้นกู้ตามที่ระบุไวใ้ นหนังสือชี้ชวนฉบับนี้ เป็นการเสนอขายหุ้นกใู้ นตลาดแรกใหเ้ ฉพาะแก่ "ผู้ลงทุน สถาบัน" และ/หรือ "ผู้ลงทุนรายใหญ่" ตามคานิยามที่กาหนดไวใ้ นประกาศคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ที่ กจ. 5/2552 เรื่อง การกาหนดบทนิยามในประกาศเกี่ยวกับการออกและเสนอขายตราสารหนี้ ทุกประเภท ฉบับลงวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552 (ตามที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือใช้แทนที่) และตามคานิยามที่ระบุ ในประกาศคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพยท์ ี่ กจ. 4/2560 เรื่อง การกาหนดบทนิยามผู้ลงทุน สถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พเิ ศษและผู้ลงทุนรายใหญ่ ฉบับลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 (ตามที่มีการแก้ไข เพิ่มเติมหรือใช้แทนที่) ดงั ต่อไปนี้

“ผ้ลู งทุนสถาบัน”หมายถึงผู้ลงทุนแต่ละประเภทดังต่อไปนี้

1. ธนาคารแห่งประเทศไทย

2. ธนาคารพาณิชย์

3. ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

4. บริษัทเงินทุน

5. บริษัทเครดิตฟองซิเอร์

6. บริษัทหลักทรัพย์

7. บริษัทประกันวินาศภัย

8. บริษัทประกันชีวิต

9. กองทุนรวม

10. กองทุนส่วนบุคคลซึ่งบริษัทหลักทรัพย์รับจัดการเงินทุนของผู้ลงทุนตาม(1)ถึง(9)หรือ(11)ถึง(25)หรือของ ผู้ลงทุนรายใหญ่

11. กองทุนสารองเลี้ยงชีพ

12. กองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการ

13. กองทุนประกันสังคม

14. กองทุนการออมแห่งชาติ


15. กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

16. ผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

17. ผู้ประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ถูกยกเลิกจาก การเป็นผู้ลงทุนสถาบัน ตามประกาศคณะกรรมการกากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กจ. 4/2562 เรื่อง การกาหนดบทนิยามผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ และผู้ลงทุนรายใหญ่ (ฉบับที่ 2))

18. สถาบันการเงินระหว่างประเทศ

19. สถาบันคุ้มครองเงินฝาก

20. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

21. นิติบุคคลประเภทบรรษัท

22. นิติบุคคลซึ่งมีบุคคลตาม (1) ถึง (21) ถือหุ้นรวมกันเกินกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของจานวนหุ้นที่มีสิทธิ ออกเสียงทั้งหมด

23. ผู้ลงทุนต่างประเทศซึ่งมีลักษณะเดียวกับผู้ลงทุนตาม (1) ถึง (22)

24. ผู้จัดการกองทุน หรือผู้จัดการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามประกาศคณะกรรมการกากับตลาดทุน ว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

25. ผู้ลงทุนอื่นใดตามที่สานักงานประกาศกาหนด

"ผ้ลู งทุนรายใหญ่พเิ ศษ" หมายถึง

(1) นิติบุคคลที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังนี้

(ก) มีส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้ว ตั้งแต่ 200 ล้านบาทขึ้นไป

(ข) มีเงินลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตั้งแต่ 40 ล้านบาทขึ้นไป หรือ ในกรณีที่นับรวมเงินฝากแล้วมีเงินลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวตั้งแต่ 80 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้ ให้พิจารณาตามงบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้ว

(2) บุคคลธรรมดาซึ่งนับรวมกับคู่สมรสแล้วมีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังนี้

(ก) มีสินทรัพย์สุทธิตั้งแต่ 70 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้ สินทรัพย์ดังกล่าวไม่นับรวมมูลค่า อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งใช้เป็นที่พักอาศัยประจาของบุคคลนั้น

(ข) มีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือในกรณีที่ไม่นับรวมกับคู่สมรสแล้ว มีรายได้ต่อปี ตั้งแต่ 7 ล้านบาทขึ้นไป

(ค) มีเงินลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตั้งแต่ 25 ล้านบาทขึ้นไป หรือ ในกรณีที่นับรวมเงินฝากแล้วมีเงินลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป


“ผ้ลู งทุนรายใหญ่” หมายถงึ ผู้ลงทุนซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ แต่มใิ ช่ผู้ลงทุนสถาบัน (1) นิติบุคคลที่มีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังนี้

(ก) มีส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้วตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป

(ข) มีเงินลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป หรือ ในกรณีที่นับรวมเงินฝากแล้วมีเงินลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวตั้งแต่ 40 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้ ให้พิจารณาตามงบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้ว

(2) บุคคลธรรมดาซึ่งนับรวมกับคู่สมรสแล้วมีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังนี้

(ก) มีสินทรัพย์สุทธิตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้ สินทรัพย์ดังกล่าวไม่นับรวมมูลค่า อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งใช้เป็นที่พักอาศัยประจาของบุคคลนั้น

(ข) มีรายได้ต่อปีตั้งแต่ 4 ล้านบาทขึ้นไป

(ค) มีเงินลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือ ในกรณีที่นับรวมเงินฝากแล้วมีเงินลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป

ทั้งนี้ บุคคลธรรมดาดังกล่าวข้างต้นไม่รวมถึงผู้เยาว์

2.2 ผ้จู ัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้

ธนาคารออมสิน

สานักงานใหญ่ เลขที่ 470 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 โทรศัพท์ 0-2299-9245

2.3 วิธีการขอรับหนังสอื ชีช้ วนและใบจองซือ้ หุ้นกู้

ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ที่ประสงค์จะจองซื้อหุ้นกู้ สามารถติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนและใบจองซื้อ หุ้นกู้ได้ที่สานักงานของผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ ตามที่อยู่ที่ระบุไว้ในข้อ 2.2 และที่หน่วยงานขายหรือสาขาของ ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ที่มีบริการรับจองซื้อหุ้นกู้ ได้ในวันที่ 22 และ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ระหว่างเวลาทา การของผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้

2.4 วันและวธิ ีการจองและการชาระเงนิ ค่าจองซือ้ หุ้นกู้

(1) จานวนการจองซื้อขั้นตา่

(ก) ในกรณีผู้จองซื้อหุ้นกู้ที่เป็นผู้ลงทุนสถาบัน

ผู้จองซื้อหุ้นกู้จะต้องจองซื้อหุ้นกู้ขั้นต่า 100 หน่วย (หนึ่งร้อยหน่วย) หรือ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท) และทวีคูณครั้งละ 10 หน่วย (สิบหน่วย) หรือ 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาท)

(ข) ในกรณีผู้จองซื้อหุ้นกู้ที่เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่

ผู้จองซื้อหุ้นกู้จะต้องจองซื้อหุ้นกู้ขั้นต่า 100 หน่วย (หนึ่งร้อยหน่วย) หรือ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท) และทวีคูณครั้งละ 100 หน่วย (หนึ่งร้อยหน่วย) หรือ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาท)

 

(2) เอกสารประกอบการจองซื้อ

ผู้ประสงค์จะจองซื้อหุ้นกู้ต้องกรอกรายละเอียดการจองซื้อในใบจองซื้อหุ้นกู้ให้ถูกต้อง ครบถ้วนและ ชัดเจน พร้อมลงลายมือชื่อและประทับตราสาคัญของบริษัท (ถ้ามี) โดยมีเอกสารประกอบการจองซือ้ ดังนี้

(ก) ผู้จองซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย ต้องแนบสาเนาบัตรประจาตัวประชาชนและลงนาม รับรองสาเนาถูกต้อง หรือในกรณีที่ไม่มีบัตรประจาตัวประชาชนหรือบัตรประจาตัวประชาชน หมดอายุ ให้แนบสาเนาบัตรที่ทางราชการออกให้ พร้อมแนบสาเนาทะเบียนบ้านที่มี เลขประจาตัวประชาชน พร้อมทั้งลงนามรับรองสาเนาถูกต้อง

(ข) ผู้จองซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ต้องแนบสาเนาใบต่างด้าว หรือสาเนาหนังสือ เดินทาง พร้อมลงนามรับรองสาเนาถูกต้อง

(ค) ผู้จองซื้อที่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยหรือที่จดทะเบียนในประเทศไทย ต้องแนบสาเนา หนังสือแสดงความเป็นนิติบุคคลหรือสาเนาหนังสือรับรองกระทรวงพาณิชย์ฉบับล่าสุด (ที่ออก ให้ไม่เกิน 3 (สาม) เดือน หรือตามที่ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้กาหนด) พร้อมลงนามรับรอง สาเนาถูกต้องโดยผู้มีอานาจลงนามของนิติบุคคล และประทับตราสาคัญของนิติบุคคล (ถ้ามี) พร้อมแนบสาเนาบัตรประจาตัวประชาชน สาเนาใบต่างด้าว หรือสาเนาหนังสือเดินทาง (แล้วแต่ กรณี) ของผู้มีอานาจลงนามของนิติบุคคลดังกล่าว พร้อมลงนามรับรองสาเนาถูกต้อง

(ง) ผู้จองซื้อที่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศหรือที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ต้องแนบ สาเนาหนังสือแสดงความเป็นนิติบุคคลหรือสาเนาหนังสือสาคัญการจัดตั้งบริษัท หนังสือ บริคณห์สนธิ ข้อบังคับ และหนังสือรับรองฉบับล่าสุด (ที่ออกให้ไม่เกิน 3 (สาม) เดือน หรือตามท่ี ผู ้ จ ั ด ก า ร จ ัด จ า ห น ่ า ย หุ้ น กู ้ก า ห น ด ) พ ร ้ อ ม ล ง น า ม ร ั บ ร อ ง ส า เ น า ถ ู ก ต ้อ ง โ ด ย ผู ้ ม ีอ า น า จ ล ง น า ม ข อ ง นิติบุคคลนั้น และประทับตราสาคัญของนิติบุคคล (ถ้ามี) พร้อมแนบสาเนาหนังสือเดินทางของ ผู้มีอานาจลงนามซึ่งลงนามรับรองสาเนาถูกต้อง

(จ) สาหรับผู้จองซื้อที่ยังไม่เคยกรอกแบบฟอร์มการรู้จักลูกค้าและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ลูกค้า (KYC / CDD) ผู้จองซื้อรายดังกล่าวจะต้องกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มการรู้จักลูกค้าและ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (KYC / CDD) ตามแบบที่ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้กาหนด ก่อนการจองซื้อหุ้นกู้

(3) วัน เวลา วิธีการจองซื้อ และการชาระค่าจองซ้ือ

ผู้ประสงค์จะจองซื้อหุ้นกู้ต้องจัดส่งเอกสารตามที่กาหนดข้างต้น ไปที่สานักงานของผู้จัดการ จัดจาหน่ายหุ้นกู้ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 2.2 หรือหน่วยงานขายหรือสาขาของผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ที่มี บริการรับจองซื้อหุ้นกู้ในวันที่ 22 และ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565 และชาระเงินค่าจองซื้อครั้งเดียว เต็มจานวนที่จองซื้อ โดยสามารถชาระค่าจองซื้อ ดังนี้

(ก) สาหรับผู้ลงทุนสถาบัน

(1) สาหรับผู้ลงทุนสถาบันที่ประสงค์จะชาระเงินค่าจองซื้อเป็นเงินสด เงินโอน หรือการโอนเงิน ผ่านระบบบาทเนต (BAHTNET) สามารถชาระเงินค่าจองซื้อตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึงเวลา 15.30 น.

 

ในวันที่ 22 และ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565 หรือภายในเวลา 10.00 น. ของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565 โดยโอนเงินเข้าบัญชีตามที่ระบุไว้ด้านล่างนี้

ชื่อบัญชี : “บัญชีจองซื้อหุ้นกู้เพื่อสังคมของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2565”

(2) สาหรับผู้ลงทุนสถาบันที่ประสงค์จะชาระเงินค่าจองซื้อเป็นเช็คแคชเชียร์เช็ค(หรือที่เรียกว่า "เช็คธนาคาร") ดร๊าฟท์ โดยเช็ค แคชเชียร์เช็ค หรือ ดร๊าฟท์ จะต้องลงวันที่ไม่เกินวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2565 และสามารถเรียกเก็บชาระเงินได้จากสานักหักบัญชี ในกรุงเทพมหานครเท่านั้นและขีดคร่อมสั่งจ่ายบัญชีตามที่ระบุไว้ด้านล่างนี้

ชื่อบัญชี : “บัญชีจองซื้อหุ้นกู้เพื่อสังคมของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2565” (ข) สาหรับผู้ลงทุนรายใหญ่

(1) สาหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่ประสงค์จะชาระเงินค่าจองซื้อเป็นเงินสดเงินโอนหรือการโอน เงินผ่านระบบบาทเนต (BAHTNET) สามารถชาระเงินค่าจองซื้อ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึงเวลา 15.30 น. ในวันที่ 22 และ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2565 โดยโอนเงินเข้าบัญชีตามที่ ระบุไว้ด้านล่างนี้

ชื่อบัญชี : “บัญชีจองซื้อหุ้นกู้เพื่อสังคมของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2565”

(2) สาหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่ประสงค์จะชาระเงินค่าจองซื้อเป็นเช็คแคชเชียร์เช็ค(หรือที่เรียกว่า "เช็คธนาคาร") ดร๊าฟท์ โดยเช็ค แคชเชียร์เช็ค หรือ ดร๊าฟท์ สามารถชาระเงินค่าจองซื้อ ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565 โดยเช็ค แคชเชียร์เช็ค หรือ ดร๊าฟท์ จะต้องลงวันที่ไม่เกินวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2565 และ สามารถเรียกเก็บเงินได้จากสานักหักบัญชีเดียวกันกับของสถานที่จองซื้อเท่านั้น และ ขีดคร่อมเฉพาะสั่งจ่ายบัญชีตามที่ระบุไว้ด้านล่างนี้

ชื่อบัญชี : “บัญชีจองซื้อหุ้นกู้เพื่อสังคมของธนาคารออมสิน ครั้งที่ 1/2565”

(4) การดาเนินการจองซื้อจะต้องปฏิบัติตามรูปแบบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไข ที่ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ กาหนดไว้ในแต่ละสถานที่รับจองซื้อหุ้นกู้

(5) ผู้จองซื้อที่แสดงความจานงในการจองซื้อ และได้ดาเนินการจองซื้อดังกล่าวข้างต้นแล้ว จะขอยกเลิก การจองซื้อและขอเงินคืนไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้มีสิทธิยกเลิกหรือปฏิเสธ การจองซื้อของผู้จองซื้อที่ดาเนินการไม่ครบถ้วนดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น หรือกรณีที่ผู้จองซื้อซึ่งเป็นผู้ลงทุน รายใหญ่ที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในข้อ 7 ข้างล่างนี้

(6) ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ขอสงวนสิทธิในการปิดรับจองซื้อหุ้นกู้ก่อนกาหนด หากจานวนหุ้นกู้มีผู้จองซื้อ เ ข้า มา ครบตา มจ า นวนที่ก า หนดแล้ว

(7) ก่อนการรับจองซื้อหุ้นกู้ ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้จะดาเนินการให้ผู้ลงทุนรายใหญ่แต่ละราย ทาแบบ ประเมินระดับความเสี่ยงในการลงทุนที่เหมาะสม หรือ Suitability Test ก่อน เพื่อประเมินความเสี่ยงของ หุ้นกู้ที่เหมาะสมกับผู้ลงทุน หากผู้ลงทุนรายใหญ่รายใดไม่ยินยอมทา Suitability Test ดังกล่าว ผู้จัดการ จัดจาหน่ายหุ้นกู้มีสิทธิปฏิเสธการจองซื้อของผู้ลงทุนรายใหญ่ดังกล่าวได้


ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ลงทุนรายใหญ่ได้ทา Suitability Test แล้ว ปรากฏว่าผลจากการประเมินที่ได้รับคือ หุ้นกู้ มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนรับได้จากการประเมิน แต่ผู้ลงทุนรายใหญ่ รายดังกล่าวยังคงประสงค์จะลงทุนในหุ้นกู้อยู่ ผู้ลงทุนรายใหญ่ดังกล่าวจะต้องลงลายมือชื่อในใบจองซื้อ หุ้นกู้เพื่อยืนยันในฐานะผู้จองซื้อว่า ตนยินยอมรับความเสี่ยงของหุ้นกู้ที่จองซื้อซึ่งสูงกว่าระดับความเสี่ยง ที่ผู้ลงทุนรับได้ตามผลประเมิน Suitability Test หากผู้ลงทุนรายใหญ่ดังกล่าวไม่ยินยอมลงนามยอมรับ ความเสี่ยงตามที่ระบุไว้ในข้างต้น ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้มีสิทธิที่จะปฏิเสธการจองซื้อหุ้นกู้ของผู้ลงทุน รายนั้นได้

(8) ในกรณีผู้ลงทุนประสงค์ที่จะได้รับชาระดอกเบี้ยและต้นเงินของหุ้นกู้โดยวิธีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ผู้ลงทุนจะต้องแนบภาพถ่ายด้านหน้าสมุดบัญชีเงินฝาก พร้อมกับใบจองซื้อหุ้นกู้ โดยชื่อบัญชีธนาคาร จะต้องเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อผู้ลงทุนซึ่งเป็นผู้จองซื้อหุ้นกู้ และเป็นบัญชีที่เปิดในประเทศไทย

2.5 วิธีการจดั สรรหุ้นกู้

การจัดสรรหุ้นกู้ให้แก่ ผู้จองซื้อหุ้นกู้ไม่ว่ารายใดๆ ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ โดยผู้จัดการ จัดจาหน่ายหุ้นกู้มีสิทธิที่จะจัดสรรหุ้นกู้ให้แก่ผู้จองซื้อรายใดในจานวนมากน้อยเท่าใดก็ได้ หรืออาจปฏิเสธการจองซื้อ หุ้นกู้ของผู้จองซื้อรายใดๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ ตามแต่จะเห็นสมควร ทั้งนี้ ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ อาจจัดสรรหุ้นกู้ให้แก่ตนเองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ออกหุ้นกู้ได้ โดยไม่จาเป็นต้อง รอให้มีหุ้นกู้เหลือจากการจองซื้อจากผู้จองซื้อรายอื่นๆ ก่อน

2.6 วิธีการจดั สรรหุ้นก้กู รณีท่ีมีผ้จู องซือ้ เกินกว่าจานวนหุ้นก้ทู ่ีเสนอขาย

ในกรณีที่มีผู้จองซื้อหุ้นกู้เกินกว่าจานวนหุ้นกู้ที่เสนอขาย ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ จะเห็นสมควร โดยอาจทาการจัดสรรหุ้นกู้ให้แก่ผู้จองซื้อรายใดในจานวนมากน้อยเท่าใดก็ได้ หรือจะปฏิเสธ การจัดสรรให้แก่บุคคลใดก็ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ ตามแต่ที่ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้จะเห็นควร

2.7 การเปล่ียนแปลงหรือยกเลกิ การจองซือ้ หุ้นกู้

(1) ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ มีสิทธิยกเลิกการจองซื้อหุ้นกู้ของผู้จองซื้อที่ดาเนินการไม่ครบถ้วน ตามข้อ 2.4 และ/หรือ ในกรณีที่มิได้รับการชาระเงินครบถ้วนจากผู้จองซื้อ ณ เวลาที่กาหนด ในกรณีชาระเงินโดย เงินสด เงินโอน หรือโดยการโอนเงินผ่านระบบ BAHTNET หรือในกรณีที่ผู้จองซื้อชาระเงินค่าจองซื้อเป็น เช็ค หรือแคชเชียร์เช็ค หรือดร๊าฟท์ แต่ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้จากสานัก หักบัญชีในกรุงเทพมหานครสาหรับกรณีที่ผู้จองซื้อหุ้นกู้เป็นผู้ลงทุนสถาบัน สานักหักบัญชีเดียวกันกับ สถานที่จองซื้อนั้น ๆ สาหรับกรณีที่ผู้จองซื้อหุ้นกู้เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ ทั้งนี้ ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ อาจรับจองซื้อหุ้นกู้เกินกว่าจานวนหุ้นกู้ที่เสนอขายเพื่อสารองไว้ในกรณีที่ไม่สามารถเรียกเก็บเงินจาก ผู้จองซื้อหุ้นกู้ในลาดับที่จะได้รับการจัดสรรหุ้นกู้ หรือในกรณีที่ผู้จองซื้อหุ้นกู้ที่อยู่ในลาดับที่จะได้รับ การจัดสรรหุ้นกู้ไม่ปฏิบัติตามวิธีการจองซื้อ และการชาระเงินค่าจองซื้อตามที่ระบุไวใ้ นข้อ 2.4 ซึ่งผู้จัดการ จัดจาหน่ายหุ้นกู้จะตัดสิทธิในการได้รับการจัดสรรหุ้นกู้ของผู้จองซื้อหุ้นกู้รายนั้นๆ และจะจัดสรรหุ้นกู้ ในส่วนที่ตัดออกให้แก่ผู้จองซื้อหุ้นกู้รายอื่นๆ จนกว่าจะครบตามจานวนหุ้นกู้ที่เสนอขาย

(2) ผู้ออกหุ้นกู้และผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้มีสิทธิในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกาหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับ การออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่ว่าในเรื่องใดๆ รวมถึง มีสิทธิย่นหรือขยายระยะเวลาการจองซื้อหุ้นกู้ออกไป


จากเดิม หรือยกเลิกหรือเพิกถอนการเสนอขายหุ้นกู้เมื่อใดก็ได้ อีกทั้งยังมีสิทธิปฏิเสธหรือยกเลิกการจองซื้อ หุ้นกู้ของผู้จองซื้อที่ได้ยื่นไว้ให้แก่ ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ

(3) ในกรณีที่ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ (ภายในเวลาทาการของผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้) แจ้งว่ามีเหตุ ที่ผู้ออกหุ้นกู้ต้องระงับหรือหยุดการเสนอขายหุ้นกู้หรือไม่สามารถส่งมอบหุ้นกู้ที่เสนอขายให้แก่ผู้จองซื้อได้ ผู้จองซื้อมีสิทธิที่จะยกเลิกการจองซื้อภายในวันทาการถัดไป นับจากวันที่ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ แจ้งระงับหรือหยุดการเสนอขายหุ้นกู้หรือไม่สามารถส่งมอบหุ้นกู้ที่เสนอขายให้แก่ผู้จองซื้อได้ดังกล่าว ทั้งนี้หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันจองซื้อหุ้นกู้วันสุดท้าย ให้ผู้จองซื้อที่ประสงค์จะยกเลิกการจองซื้อ หุ้นกู้ต้องดาเนินการภายในวันเดียวกันนั้น

2.8 วิธีคืนเงินค่าจองซือ้ หุ้นกู้ ในกรณีท่ีผู้จองซือ้ ไม่ได้รับการจัดสรรหรือได้รับการจัดสรรไม่ครบจานวนท่ี จองซือ้ หุ้นกู้ หรือในกรณีอ่ืนๆ

2.8.1 วิธีคืนเงินค่าจองซอื้หุ้นกู้ในกรณีที่ผู้จองซื้อไม่ได้รับการจัดสรรหรือได้รับการจัดสรรไม่ครบเต็มตามจานวน ที่จองซื้อหุ้นกู้ หรือในกรณีอื่นๆ

ในกรณีที่ผู้จองซื้อไม่ได้รับการจัดสรรหรือได้รับการจัดสรรไม่ครบเต็มตามจานวนที่จองซื้อ ผู้ออกหุ้นกู้จะ ดาเนินการให้ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ส่งคืนเงินค่าจองซื้อหุ้นกู้ในส่วนที่ไม่ได้รับการจัดสรรหรือได้รับ การจัดสรรไม่ครบเต็มตามจานวนที่จองซื้อ โดยไม่มีดอกเบี้ย และ/หรือ ค่าเสียหายใด ๆ คืนให้แก่ผู้จองซื้อ หุ้นกู้ โดยจะดาเนินการให้ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้คืนเงินค่าจองซื้อหุ้นกู้ โดยโอนเงินให้ผู้จองซื้อหุ้นกู้ ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้จองซื้อหุ้นกู้ตามที่ผู้จองซื้อหุ้นกู้ระบุไว้ในใบจองซื้อหุ้นกู้ ภายใน 7 (เจ็ด) วันทาการ นับแต่วันปิดการเสนอขายหุ้นกู้ หรือจัดทาเป็นเช็คขีดคร่อมเฉพาะสั่งจ่ายผู้จองซื้อหุ้นกู้ตามชื่อ ที่ระบุในใบจองซื้อ โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตามที่อยู่ของผู้จองซื้อหุ้นกู้ที่ระบุไว้ในใบจองซื้อหุ้นกู้ ภายใน 10 (สิบ) วันทาการนับจากวันปิดการเสนอขายหุ้นกู้ ทั้งนี้ การคืนเงินค่าจองซื้อหุ้นกู้ให้แก่ผู้จองซื้อ หุ้นกู้ข้างต้นจะเป็นไปตามระยะเวลาและวิธีการที่สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยกาหนด โดยได้รับ ความเห็นชอบจากสานักงาน ก.ล.ต.

ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถคืนเงินค่าจองซื้อหุ้นกู้ให้แก่ผู้จองซื้อหุ้นกู้ได้ภายในระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น ผู้จองซื้อหุ้นกู้จะมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 (เจ็ดจุดห้า) ต่อปี โดยคานวณจากจานวนเงิน ค่าจองซื้อหุ้นกู้ที่ต้องคืนให้แก่ผู้จองซื้อหุ้นกู้นั้นนับจากวันที่พ้นกาหนดระยะเวลาดังกล่าว จนถึง (แต่ไม่รวม) วันที่ได้มีการชาระคืน ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใด ๆ หากได้มีการดาเนินการคืนเงนิ ค่าจองซอื้ หุ้นกู้ตามที่กลา่ วถงึ ข้างต้นแล้วให้ถือว่าผู้จองซื้อได้รับคนืเงินคา่จองซื้อแล้วโดยถูกต้องแล้วและผู้จองซื้อจะไม่มีสิทธิเรียกรอ้ง ดอกเบี้ย และ/หรือ ค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น

2.8.2 วิธีคืนเงินค่าจองซื้อหุ้นกู้ในกรณีที่ผู้ออกหุ้นกู้ระงับหรือหยุดการเสนอขายหุ้นกู้หรือไม่สามารถส่งมอบ หุ้นกู้ที่เสนอขายได้

ในกรณีที่ผู้ออกหุ้นกู้ระงับหรือหยุดการเสนอขายหุ้นกู้หรือไม่สามารถส่งมอบหุ้นกู้ที่เสนอขายได้ ผู้ออกหุ้นกู้ จะดาเนินการให้ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ส่งคืนเงินค่าจองซื้อหุ้นกู้ดังกล่าว โดยไม่มีดอกเบี้ย และ/หรือ ค่าเสียหายใด ๆ คืนให้แก่ผู้จองซื้อหุ้นกู้ โดยจะดาเนินการให้ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้คืนเงินค่าจองซื้อหุ้นกู้ โดยโอนเงินให้ผู้จองซื้อหุ้นกู้ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้จองซื้อหุ้นกู้ตามที่ผู้จองซื้อหุ้นกู้ระบุไว้ใน ใบจองซื้อหุ้นกู้ ภายใน 7 (เจ็ด) วันทาการ นับแต่วันสิ้นสุดกาหนดเวลายกเลิกการจองซื้อหุ้นกู้ดังกล่าว


หรือวันที่ปรากฏข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการยกเลิกการเสนอขายหุ้นกู้ (แล้วแต่กรณี) หรือจัดทาเป็น เช็คขีดคร่อมเฉพาะสั่งจ่ายผู้จองซื้อหุ้นกู้ตามชื่อที่ระบุในใบจองซื้อ โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตาม ที่อยู่ของผู้จองซื้อหุ้นกู้ที่ระบุไว้ในใบจองซื้อหุ้นกู้ ภายใน 10 (สิบ) วันทาการนับจากวันสิ้นสุดกาหนดเวลา ยกเลิกการจองซื้อหุ้นกู้ดังกล่าวหรือวันที่ปรากฏข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการยกเลิกการเสนอขายหุ้นกู้ (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้ การคืนเงินค่าจองซื้อหุ้นกู้ให้แก่ผู้จองซื้อหุ้นกู้ข้างต้นจะเป็นไปตามระยะเวลาและ วิธีการที่สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทยกาหนด โดยได้รับความเห็นชอบจากสานักงาน ก.ล.ต.

ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถคืนเงินค่าจองซ้ือหุ้นกู้ให้แก่ผู้จองซื้อหุ้นกู้ได้ภายในระยะเวลาดังกล่าวข้างต้น ผู้จองซื้อหุ้นกู้จะมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 (เจ็ดจุดห้า) ต่อปี โดยคานวณจากจานวนเงิน ค่าจองซื้อหุ้นกู้ที่ต้องคืนให้แก่ผู้จองซื้อหุ้นกู้นั้นนับจากวันที่พ้นกาหนดระยะเวลาดังกล่าว จนถึง (แต่ไม่รวม) วันที่ได้มีการชาระคืน ทั้งนี้ ไม่ว่าในกรณีใด ๆ หากได้มีการดาเนินการคืนเงนิ ค่าจองซื้อหุ้นกู้ตามที่กลา่ วถงึ ข้างต้นแล้ว ให้ถือว่าผู้จองซื้อได้รับคืนเงินค่าจองซื้อแล้วโดยถูกต้อง และผู้จองซื้อจะไม่มีสิทธิเรียกร้อง ดอกเบี้ย และ/หรือ ค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น

2.9 วิธีการส่งมอบหุ้นกู้

นายทะเบียนหุ้นกู้จะจัดทาใบหุ้นกู้และส่งมอบให้ผู้จัดการจัดจาหน่ายหุ้นกู้ เพื่อส่งมอบต่อให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ ตามจานวนที่ได้รับการจัดสรรภายใน 15 (สิบห้า) วันทาการ นับแต่ออกหุ้นกู้ โดยการจัดส่งทางไปรษณีย์ ลงทะเบียน ตามชื่อและที่อยู่ของผู้ถือหุ้นกู้ที่ปรากฏอยู่ในใบจองซื้อหุ้นกู้ หรือนายทะเบียนหุ้นกู้จะดาเนินการ นาหุ้นกู้ที่ได้รับจัดสรรฝากไว้กับ "บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จากัด เพื่อผู้ฝาก" ภายใน 15 (สิบห้า) วันทาการ นับจากวันออกหุ้นกู้ ตามที่ผู้จองซื้อได้แจ้งความประสงค์ให้ดาเนินการดังกล่าว



ส่วนท่ี 3 ภาระภาษีเก่ยีวกับหุ้นก้ภูายใต้กฎหมายภาษีไทย

ข้อมูลในส่วนนี้เป็นเพียงแนวทางเกี่ยวกับภาระทางภาษีตามกฎหมายไทย สาหรับการลงทุนโดยบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลในหุ้นกู้โดยทั่วไป และข้อมูลสรุปภาระภาษีที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในหุ้นกู้ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือ ชี้ชวนเพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ฉบับนี้ มิได้มีวัตถุประสงค์ให้มีรายละเอียดครอบคลุมถึงทุกๆ ประเด็นในทางภาษี ที่อาจเกี่ยวข้องกับการลงทุนในหุ้นกู้แต่อย่างใด ทั้งนี้ ข้อมูลและสรุปภาระภาษีต่างๆ ในส่วนนี้จัดทาขึ้นโดยอ้างอิง จากกฎหมายภาษีของประเทศไทย หนังสือตอบข้อหารือและการตีความกฎหมายภาษีโดยกรมสรรพากร ซึ่งใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ของเอกสารฉบับนี้ ดังนั้น สรุปข้อมูลเกี่ยวกับภาระภาษีที่ระบุไว้ในส่วนนี้จึงอาจ เปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง

อนึ่ง ผู้ที่ประสงค์จะลงทุนควรหารือกับที่ปรึกษาของตนเกี่ยวกับภาระทางภาษีที่อาจจะเกิดขึ้นจากการลงทุน ในหุ้นกู้ ตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเพื่อการเสนอขายหุ้นกู้ฉบับนี้ รวมถึง (แต่ไม่จากัดเฉพาะ) ผลทางกฎหมาย ภาษีของประเทศไทย หรือกฎหมายภาษีของประเทศที่ผู้ที่ประสงค์จะลงทุนมีแหล่งที่อยู่ รวมทั้งสนธิสัญญาทาง ภาษีระหว่างประเทศไทยและประเทศของผู้ที่ประสงค์จะลงทุนด้วย

ภายใต้กฎหมายไทย ภาระภาษีของผู้ลงทุนและอัตราภาษีที่เกี่ยวข้อง จะขึ้นอยู่กับประเภทของเงินได้พึงประเมิน ที่ได้รับ และสถานภาพทางภาษีของผู้ลงทุน เป็นต้นว่า ผู้ลงทุนเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้ลงทุนเป็น นิติบุคคลที่ต้องเสียภาษีเงินได้หรือไม่ ผู้ลงทุนเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศหรือถือว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจอยู่ใน ประเทศไทยหรือไม่ หรือผู้ลงทุนเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่อยู่ในประเทศที่ได้ลงนามในอนุสัญญาว่าด้วยภาษีซ้อนกับ ประเทศไทยหรือไม่

1) ภาษีเงนิ ได้

(ก) กรณีที่ผู้ถือหุ้นกู้เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย 1. กรณีผู้ถือหุ้นกู้เป็นบุคคลธรรมดา

(1) ดอกเบี้ย

ดอกเบี้ยซึ่งผู้ถือหุ้นกู้ได้รับจากการลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15 (สิบห้า)

(2) ผลประโยชน์จากการโอนหุ้นกู้

ผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนหุ้นกู้เฉพาะส่วนที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 (สิบห้า)

อย่างไรก็ตาม ผู้มีเงินได้มีสิทธิที่จะเลือกเสียภาษีในอัตราดังกล่าวที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ตาม (1) หรือ (2) ข้างต้น โดยไม่ต้องนาดอกเบี้ย หรือ ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนหุ้นกู้ ไปรวมกับ เงินได้อื่นเพื่อคานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยหากผู้มีเงินได้เลือกที่จะนาดอกเบี้ยหรือ ผลประโยชน์จากการโอนหุ้นกู้ดังกล่าว ไปรวมกับเงินได้อื่นเพื่อคานวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น ผู้มีเงินได้สามารถนาภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้างต้นมาเป็นเครดิตในการคานวณภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาได้

 

2. กรณีผู้ถือหุ้นกู้เป็นบริษัทหรือหา้ งหุ้นส่วนนิติบุคคล

ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นกู้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตาม กฎหมายไทย หรือเป็นบริษัทห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ของต่างประเทศ แต่ประกอบกิจการหรือถือว่าประกอบกิจการในประเทศไทย ผู้ถือหุ้นกู้ จะมีภาระภาษีดังต่อไปนี้

(1) ดอกเบี้ย

ดอกเบี้ยที่ผู้ถือหุ้นกู้ประเภทบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงธนาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ได้รับจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1 (หนึ่ง) และต้องนาดอกเบี้ยไปรวมคานวณเป็นรายได้เพื่อเสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยสามารถนาภาษีหัก ณ ที่จ่ายข้างต้นมาเป็นเครดิตใน การคานวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

ดอกเบี้ยที่ผู้ถือหุ้นกู้ประเภทมูลนิธิหรือสมาคมที่ไม่ใช่องค์การหรือสถานสาธารณกุศล ตามมาตรา 47 (7) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ได้รับจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 10 (สิบ)

(2) ผลประโยชน์จากการโอนหุ้นกู้

ผลประโยชน์จากการโอนหุ้นกู้ที่ผู้ถือหุ้นกู้ได้รับไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ ผู้ลงทุนจะต้องนาผลประโยชน์จากการโอนหุ้นกู้เฉพาะส่วนที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่า ที่ลงทุนไปรวมกับรายได้อื่นของผู้ถือหุ้นกู้ เพื่อคานวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

(ข) กรณีที่ผู้ถือหุ้นกู้เป็นผู้ไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย 1. กรณีผู้ถือหุ้นกู้เป็นบุคคลธรรมดา

ผู้ถือหุ้นกู้จะถูกถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยถ้าผู้ถือหุ้นกู้ได้อยู่ในประเทศไทย ชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะเวลา รวมทั้งหมดถึง 180 (หนึ่งร้อยแปดสิบ) วันขึ้นไป ในปีปฏิทินเดียวกัน ทั้งนี้ในการพิจารณาว่าบุคคลเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยหรือไม่ กฎหมายไทยไม่คานึงถึง สัญชาติของผู้ถือหุ้นกู้แต่อย่างใด

(1) ดอกเบี้ย

เว้นแต่ข้อกาหนดและเงื่อนไขในอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ทาขึ้นระหว่างประเทศไทย กับประเทศที่ผู้ถือหุ้นกู้มีถิ่นที่อยู่จะกาหนดไว้เป็นอย่างอื่น ดอกเบี้ยซึ่งผู้ถือหุ้นกู้ ได้รับจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 (สิบห้า)

(2) ผลประโยชน์จากการโอนหุ้นกู้

เว้นแต่ข้อกาหนดและเงื่อนไขในอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ทาขึ้นระหว่างประเทศไทย กับประเทศที่ผู้ถือหุ้นกู้มีถิ่นที่อยู่จะกาหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผลประโยชน์จาก การโอนหุ้นกู้เฉพาะส่วนที่ตีราคาเงินได้เกินกว่าที่ลงทุนจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 15 (สิบห้า)

  

2. กรณีผู้ถือหุ้นกู้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

กรณีที่ผู้ถือหุ้นกู้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ของต่างประเทศ และ (ก) มิได้ประกอบกิจการ (ข) มิได้ถือว่าประกอบกิจการ และ (ค) มิได้มีสถานประกอบการถาวรในประเทศไทย แต่ได้รับดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์จาก การโอนหุ้นกู้ซึ่งจ่ายจากหรือในประเทศไทย ผู้ถือหุ้นกู้จะมีภาระภาษีอากรดังนี้

(1) ดอกเบี้ย

เว้นแต่ข้อกาหนดและเงื่อนไขในอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ทาขึ้นระหว่างประเทศไทย กับประเทศที่ผู้ถือหุ้นกู้มีถิ่นที่อยู่จะกาหนดไว้เป็นอย่างอื่น ดอกเบี้ย ที่ผู้ลงทุนได้รับ จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 (สิบห้า)

(2) ผลประโยชน์จากการโอนหุ้นกู้

เว้นแต่ข้อกาหนดและเงื่อนไขในอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ทาขึ้นระหว่างประเทศไทย กับประเทศที่ผู้ถือหุ้นกู้มีถิ่นที่อยู่จะกาหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผลประโยชน์จาก การโอนหุ้นกู้เฉพาะส่วนที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุนจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 (สิบห้า)

ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 52) พ.ศ. 2562 (ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อ วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562) แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร โดยกาหนดให้เงินได้ ตามมาตรา 40 (4) (ก) (ดอกเบี้ย) ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นกองทุนรวมให้เสียภาษี ในอัตราร้อยละ 15 (สิบห้า) ของรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ดังนั้น ในกรณีของผู้ลงทุนซึ่งเป็นกองทุนรวม ตามที่กาหนดในประมวลรัษฎากร ดอกเบี้ยที่ได้รับจะถูกหักภาษีณ ที่ จ่ายในอัตราร้อยละ 15 (สิบหา้ )

2) ภาษีธุรกิจเฉพาะ

ผู้ถือหุ้นกู้อาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ("ภาษีธุรกิจเฉพาะ") ในอัตราร้อยละ 0.01 (ศูนย์จุดศูนย์หนึ่ง) (บวกด้วยภาษีบารุงท้องถิ่นในอัตราร้อยละ 10 (สิบ) ของภาษีธุรกิจเฉพาะดังกล่าว) จากยอดดอกเบี้ยรับ จากหุ้นกู้และกาไรก่อนหักรายจ่ายใดๆ จากการซื้อขายหุ้นกู้ หากดอกเบี้ยหรือกาไรดังกล่าวที่ได้รับจาก การซื้อขายหุ้นกู้เป็นรายรับจากการประกอบธุรกิจธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือกฎหมายเฉพาะ การประกอบกิจการธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ และ การประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ของผู้ลงทุนในประเทศไทย

3) อากรแสตมป์

การขายหรือการโอนหุ้นกู้ ได้รับยกเว้นอากรแสตมป์


เอกสารแนบท้าย 1 รายงานการจัดอันดับความน่าเช่ือถอื ของผ้อู อกหุ้นก้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ขับพาวเวอร์

ยน